ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
Gimme Eng

English assessment สำหรับผู้เรียนไทย

ประเมินระดับภาษาอังกฤษอย่างไรให้ได้คำตอบที่นำไปใช้ได้

เลือก placement, diagnostic, proficiency หรือ self-assessment ให้ตรงวัตถุประสงค์ และใช้ผลรายทักษะวางจุดเริ่มเรียนภาษาอังกฤษ

ผู้เขียน
Gimme Eng
เผยแพร่
ปรับปรุง
ตรวจสอบข้อเท็จจริงล่าสุด

การถามว่า “ภาษาอังกฤษอยู่ระดับไหน” ยังไม่ชัดพอ เพราะแบบประเมินแต่ละชนิดตอบคนละคำถาม ขั้นแรกจึงไม่ใช่เลือกข้อสอบที่ดังที่สุด แต่คือกำหนดว่าจะใช้ผลเพื่อตัดสินใจอะไร

เริ่มจากคำถามที่ต้องการตอบ

  • ต้องจัดเข้าชั้นเรียนที่เหมาะสมหรือไม่
  • ต้องหาจุดอ่อนเพื่อกำหนดสิ่งที่จะฝึกหรือไม่
  • ต้องยื่นหลักฐานกับมหาวิทยาลัยหรือองค์กรหรือไม่
  • ต้องสะท้อนตนเองเพื่อกำหนดเป้าหมายหรือไม่

การประเมินภาษาอังกฤษ 4 แบบต่างกันอย่างไร

เลือกชนิดการประเมินตามการตัดสินใจ
ชนิดใช้ตอบคำถามผลลัพธ์ที่ควรมองหา
Placementควรเริ่มเรียนระดับใดระดับหรือกลุ่มเรียนที่แนะนำ
Diagnosticจุดแข็งและจุดที่ต้องพัฒนาคืออะไรข้อมูลย่อยตามทักษะหรือหัวข้อ
Proficiencyใช้ภาษาได้ในระดับใดตามกรอบของการทดสอบคะแนนหรือระดับที่ตรวจสอบได้
Self-assessmentผู้เรียนมองว่าตนทำกิจกรรมใดได้รายการ can-do เพื่อสะท้อนและตั้งเป้าหมาย

อย่าให้ระดับรวมซ่อนความต่างรายทักษะ

CEFR self-assessment grid แยก Listening, Reading, Spoken Interaction, Spoken Production และ Writing เพราะความสามารถของคนหนึ่งไม่จำเป็นต้องเท่ากันทุกด้าน หากการตัดสินใจเกี่ยวข้องกับการนำเสนอหรือการเขียน ก็ควรมีหลักฐานจากทักษะนั้นโดยตรง

ก่อนเลือกแบบประเมิน ให้ตรวจ 6 ข้อ

  1. วัตถุประสงค์ตรงกับคำถามของเราหรือไม่
  2. วัดทักษะใดและไม่วัดทักษะใด
  3. รายงานคะแนนหรือระดับอย่างไร
  4. มีคำอธิบายการตีความผลหรือไม่
  5. องค์กรปลายทางยอมรับแบบทดสอบนั้นหรือไม่ หากต้องยื่นผล
  6. เงื่อนไขการทำแบบทดสอบเหมาะกับผู้เรียนหรือไม่

เปลี่ยนผลเป็นจุดเริ่มเรียน

อ่านผลประเมิน

ตรวจขอบเขตและเปลี่ยนข้อมูลรายทักษะเป็นลำดับฝึก

ใช้ผลวางแผน →

คำถามที่พบบ่อยเรื่องการประเมินระดับภาษาอังกฤษ

แบบทดสอบระดับภาษาอังกฤษออนไลน์ฟรีแม่นยำหรือไม่

ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ ขอบเขตข้อสอบ และคุณภาพการออกแบบ แบบทดสอบสั้นอาจใช้คัดกรองเบื้องต้นได้ แต่ไม่ควรสรุปทักษะที่ไม่ได้วัด

ระดับภาษาอังกฤษมีค่าเดียวหรือไม่

ผู้เรียนอาจมีระดับต่างกันตามทักษะและสถานการณ์ เช่น อ่านได้ดีกว่าพูด การดูข้อมูลรายทักษะจึงมีประโยชน์กว่าป้ายระดับรวมเพียงค่าเดียว

ควรประเมินซ้ำเมื่อไร

ประเมินซ้ำหลังมีช่วงฝึกที่ยาวพอให้เกิดการเปลี่ยนแปลง และใช้แบบหรือเกณฑ์ที่เปรียบเทียบกันได้ ไม่จำเป็นต้องทดสอบถี่จนรบกวนเวลาเรียน

แหล่งข้อมูล

  1. Council of Europe: CEFR principles, guidelines and self-assessmentใช้ตรวจสอบ: จุดประสงค์ของ CEFR และการอธิบายความสามารถเพื่อการเรียน การสอน และการประเมินตรวจสอบล่าสุด:
  2. Council of Europe: CEFR self-assessment gridใช้ตรวจสอบ: การแยกความสามารถเป็น Listening, Reading, Spoken Interaction, Spoken Production และ Writingตรวจสอบล่าสุด: