ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
Gimme Eng

English learning hub

พัฒนาภาษาอังกฤษ เริ่มจากเป้าหมายและระดับของคุณ

วางเส้นทางเรียนภาษาอังกฤษจากสถานการณ์ที่ต้องใช้ ระดับปัจจุบัน ทักษะสำคัญ และวงจรฝึกที่ตรวจความก้าวหน้าได้

ผู้เขียน
Gimme Eng
เผยแพร่
ปรับปรุง
ตรวจสอบข้อเท็จจริงล่าสุด

เส้นทางเรียนที่ดีไม่เริ่มจากรายชื่อ grammar ทั้งหมด แต่เริ่มจากสิ่งที่ผู้เรียนต้องทำด้วยภาษาอังกฤษ ระดับที่ทำได้ตอนนี้ และหลักฐานที่จะบอกว่าดีขึ้นแล้ว

ขั้นที่ 1 เปลี่ยนคำว่า “เก่งอังกฤษ” เป็นสถานการณ์จริง

ชีวิตประจำวัน

สนทนา เดินทาง รับข้อมูล และจัดการสถานการณ์ใกล้ตัว

การเรียน

อ่านตำรา ฟัง lecture จดบันทึก อภิปราย และเขียนงาน

การทำงาน

ประชุม อีเมล นำเสนอ อ่านเอกสาร และคุยกับลูกค้าหรือทีม

เตรียมสอบ

พัฒนาภาษาควบคู่กับรูปแบบ เกณฑ์ และเวลาของข้อสอบเป้าหมาย

ขั้นที่ 2 หาจุดเริ่มต้นด้วยหลักฐานหลายชนิด

ใช้ผลประเมินที่ตรงวัตถุประสงค์ร่วมกับผลงานจริง เช่น เสียงพูด ข้อความที่เขียน หรือการสรุปสิ่งที่อ่าน อย่าฝากการตัดสินใจทั้งหมดไว้กับแบบทดสอบสั้นที่วัดเพียง grammar และ vocabulary

เลือกวิธีประเมินระดับภาษาอังกฤษ →

ขั้นที่ 3 วาง 4 ทักษะและระบบภาษาให้สนับสนุนกัน

ตัวอย่างความสัมพันธ์ระหว่าง input, output และระบบภาษา
ส่วนสิ่งที่ฝึกหลักฐานความก้าวหน้า
Listening และ Readingเข้าใจใจความ รายละเอียด เจตนา และโครงสร้างสรุปหรือทำงานจากข้อมูลได้ถูกต้องขึ้น
Speaking และ Writingสื่อสารความหมาย จัดลำดับ และปรับภาษาให้เข้ากับผู้รับผลงานชัดขึ้น คล่องขึ้น และผิดซ้ำน้อยลง
Grammar, vocabulary, pronunciationเรียนในบริบทของงานสื่อสารนำไปใช้ในผลงานใหม่ได้ ไม่ใช่ตอบแบบฝึกแยกส่วนเท่านั้น

ขั้นที่ 4 ใช้วงจรฝึกแทนการเรียนไปเรื่อย ๆ

  1. เลือกงานหนึ่งอย่างที่สัมพันธ์กับเป้าหมาย
  2. ลองทำเพื่อเก็บ baseline
  3. วิเคราะห์คอขวดและข้อผิดพลาดที่เกิดซ้ำ
  4. ฝึกส่วนย่อยด้วยตัวอย่างและ feedback
  5. กลับไปทำงานชนิดเดิมกับเนื้อหาใหม่
  6. เปรียบเทียบหลักฐานและปรับรอบถัดไป

เลือกเส้นทางถัดไป

กำลังเตรียม IELTS

เข้าใจข้อสอบ คะแนน และเลือกทักษะเฉพาะ

เข้าสู่ IELTS hub →

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการพัฒนาภาษาอังกฤษ

ควรเริ่มเรียน grammar หรือ vocabulary ก่อน

ไม่จำเป็นต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง ให้เริ่มจากงานสื่อสารที่ต้องทำ แล้วเรียน grammar และ vocabulary ที่จำเป็นต่อการฟัง อ่าน พูด หรือเขียนงานนั้น

ต้องเก่งพื้นฐานก่อนจึงเริ่มพูดได้หรือไม่

ไม่ต้องรอให้รู้ครบ ผู้เรียนเริ่มจากประโยคและสถานการณ์ที่อยู่ในระดับปัจจุบัน แล้วเพิ่มความซับซ้อนพร้อม feedback ได้

เรียนภาษาอังกฤษวันละกี่ชั่วโมงจึงดี

ไม่มีจำนวนเดียวสำหรับทุกคน แผนที่ทำสม่ำเสมอ มีงานชัด และทบทวนข้อผิดพลาด มักมีประโยชน์กว่าตั้งเวลาสูงจนทำต่อไม่ได้

แหล่งข้อมูล

  1. Council of Europe: CEFR principles and guidelinesใช้ตรวจสอบ: การกำหนดผลลัพธ์การเรียนและอธิบายความสามารถในกิจกรรมภาษาตรวจสอบล่าสุด:
  2. Council of Europe: CEFR descriptorsใช้ตรวจสอบ: แนวคิด can-do descriptors สำหรับตั้งเป้าหมายและติดตามพัฒนาการตรวจสอบล่าสุด: